ดัชนีคุณภาพอากาศ Air Quality Index (AQI)

4953 จำนวนผู้เข้าชม  |  มลพิษทางอากาศ

 

 ดัชนีคุณภาพอากาศ(AQI) คือ การรายงานข้อมูลคุณภาพและสถานการณ์มลพิษทางอากาศต่อสาธารชนในแต่ละพื้น โดยจะรายงานคุณภาพอากาศว่าอยู่ในระดับใด มีผลกระทบต่อสุขภาพหรือไม่ และควรปฎิบัติตัวอย่างไร เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อสุขภาพ ในรูปแบบที่ง่ายเข้าใจได้ง่ายสำหรับประชาชนทั่วไป


 ดัชนีคุณภาพอากาศ(AQI) เป็นรูปแบบสากลที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศ แต่อาจจะมีชื่อเรียกแตกต่างกัน การวัดดัชนีคุณภาพอากาศได้จากคำนวณปริมาณสารมลพิษทางอากาศ 5 ชนิด ได้แก่

  1. ก๊าซโอโซน (O3) เฉลี่ย 1 ชั่วโมง
  2. ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เฉลี่ย 1 ชั่วโมง
  3. ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) เฉลี่ย 8 ชั่วโมง
  4. ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง
  5. ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง
  6. ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง
     

 การรายงานคุณภาพอากาศ (Air Quality Reporting) ปัจจุบันจะไม่ใช้ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงด้วยเหตุผลหลายประการ คือ

  1. ระดับมลพิษทางอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น หมอกควันพิษข้ามพรมแดนในภาคใต้จากการเกิดไฟในพื้นที่ป่าพรุที่ถูกทำลายจากอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและเยื่อกระดาษในอินโดนีเซีย กระแสลมพัดขึ้นทางทิศเหนือส่งผลให้ดัชนีคุณภาพอากาศในภาคใต้เพิ่มจาก 50 เป็นมากกว่า 150 ในเพียงระยะเวลา 1 ชั่วโมง การรายงานที่ทันต่อเหตุการณ์จะช่วยให้ประชาชนสามารถดูแลปกป้องตัวเองได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะกลุ่มคนมีปัญหาสุขภาพ เด็ก และคนชรา
  2. กระแสลมเป็นปัจจัยที่มีส่วนสำคัญที่ส่งผลให้ความเข้มข้นของมลพิษเพิ่มขึ้นหรือลดลง ล่าสุดที่กทม. มีปัญหาค่ามลพิษทางอากาศสูงมากขึ้นจากกระแสลมหยุดไหล กระแสลมนั้นมีการเปลี่ยนแปลงทั้งวัน ดังนั้นการรายงานดัชนีคุณภาพก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามนั้นด้วย


 ดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทยแบ่งเป็น 6 ระดับ คือ ตั้งแต่ 0 ถึง มากกว่า 300 ซึ่งแต่ละระดับจะใช้สีเป็นสัญลักษณ์เปรียบเทียบระดับของผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย

 หากดัชนีคุณภาพอากาศมีค่าสูงเกินกว่า 50 แสดงว่าค่าความเข้มข้นของมลพิษทางอากาศมีค่าเกินมาตรฐานและคุณภาพอากาศในวันนั้นจะเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน

Powered by MakeWebEasy.com